จำเป็นต้องตรวจ PGT ก่อนย้ายตัวอ่อนจริงหรือ?
22 ผู้เข้าชม

จำเป็นต้องตรวจ PGT ก่อนย้ายตัวอ่อนจริงหรือ?
นี่คือคำถามที่คนไข้หลายคนสงสัยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนย้ายตัวอ่อน "ต้องตรวจพันธุกรรมจริงๆ เหรอ หรือย้ายไปเลยแล้วลุ้นดูก็ได้?"
คำตอบตรงๆ คือ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน PGT ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับสำหรับทุกเคสของ IVF แต่สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ การตรวจนี้อาจเป็นตัวชี้ขาดระหว่างการย้ายตัวอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่แน่นอน กับการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่มีข้อมูลรองรับ
ที่ GenPrime Genea Thailand เรามีบริการตรวจ PGT ครบทั้ง PGT-A, PGT-M และ PGT-SR เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ มาดูกันว่า PGT ทำอะไรจริงๆ และคุณเข้าเกณฑ์ที่ควรตรวจหรือไม่
PGT กำลังแก้ปัญหาอะไร
ตัวอ่อนที่ดูสมบูรณ์แบบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ไม่ได้แปลว่าโครโมโซมจะปกติเสมอไป ตัวอ่อนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะจากคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป มีความผิดปกติของโครโมโซมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมักเป็นสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการฝังตัวล้มเหลว การแท้งบุตรในช่วงแรก หรือตัวอ่อน "เกรดดี" ที่สุดท้ายก็ไม่ติด
PGT คือการมองเข้าไปในระดับพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ เพื่อไม่ต้องมาเจอคำตอบแบบยากๆ ทีหลัง
การตรวจแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้
PGT-A — สำหรับคนที่สงสัยว่า "ตัวอ่อนนี้มีชีวิตรอดได้จริงไหม"
PGT-A ตรวจว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมถูกต้องหรือไม่ หากมีมากหรือน้อยเกินไป โอกาสฝังตัวจะต่ำ หรือเสี่ยงแท้งสูง แม้ตัวอ่อนจะดูสมบูรณ์แบบในวันที่ 5 ก็ตาม
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
คุณหรือคู่สมรสเป็นพาหะของโรคที่เกิดจากยีนเดี่ยว
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทราบตำแหน่งยีนชัดเจน
ต้องการความมั่นใจก่อนตั้งครรภ์ ไม่ใช่มาตรวจทีหลัง
PGT-SR — สำหรับผู้ที่มีโครโมโซมผิดปกติเชิงโครงสร้าง
บางคนมีโครงสร้างโครโมโซมที่สลับตำแหน่งหรือย้ายที่ โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองเลย ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างนี้ถูกส่งต่อไปยังตัวอ่อนแบบไม่สมดุล ซึ่งมักนำไปสู่การฝังตัวล้มเหลวหรือแท้งบุตรโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
คุณหรือคู่สมรสตรวจพบโครโมโซมย้ายที่หรือสลับตำแหน่ง
มีประวัติแท้งบุตรซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
เคยตรวจ Karyotype แล้วพบความผิดปกติเชิงโครงสร้าง
ทำไมเราถึงแนะนำให้ตรวจ
ที่ GenPrime เรามองว่า PGT ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม แต่เป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพราะการย้ายตัวอ่อนที่ไม่สำเร็จหรือการแท้งบุตรแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ และค่าใช้จ่าย การรู้ล่วงหน้าว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติทางโครโมโซมหรือพันธุกรรมหรือไม่ ก่อนที่จะเกิดการสูญเสีย คือเหตุผลที่เราสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์พิจารณาตรวจ PGT เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
ทั้งนี้ ทางเลือกที่เหมาะสมยังคงขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติ และผลการรักษาที่ผ่านมาของแต่ละคน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยพิจารณาและแนะนำแนวทางการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ
ยังไม่แน่ใจว่าคุณเข้าเกณฑ์ไหม? ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ GenPrime by Genea Thailand พร้อมพิจารณาประวัติของคุณ และให้คำแนะนำเรื่องบริการตรวจ PGT ที่เหมาะกับรอบการรักษาถัดไปของคุณ
นี่คือคำถามที่คนไข้หลายคนสงสัยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนย้ายตัวอ่อน "ต้องตรวจพันธุกรรมจริงๆ เหรอ หรือย้ายไปเลยแล้วลุ้นดูก็ได้?"
คำตอบตรงๆ คือ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน PGT ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับสำหรับทุกเคสของ IVF แต่สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ การตรวจนี้อาจเป็นตัวชี้ขาดระหว่างการย้ายตัวอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่แน่นอน กับการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่มีข้อมูลรองรับ
ที่ GenPrime Genea Thailand เรามีบริการตรวจ PGT ครบทั้ง PGT-A, PGT-M และ PGT-SR เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ มาดูกันว่า PGT ทำอะไรจริงๆ และคุณเข้าเกณฑ์ที่ควรตรวจหรือไม่
PGT กำลังแก้ปัญหาอะไร
ตัวอ่อนที่ดูสมบูรณ์แบบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ไม่ได้แปลว่าโครโมโซมจะปกติเสมอไป ตัวอ่อนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะจากคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป มีความผิดปกติของโครโมโซมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมักเป็นสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการฝังตัวล้มเหลว การแท้งบุตรในช่วงแรก หรือตัวอ่อน "เกรดดี" ที่สุดท้ายก็ไม่ติด
PGT คือการมองเข้าไปในระดับพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ เพื่อไม่ต้องมาเจอคำตอบแบบยากๆ ทีหลัง
การตรวจแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้
PGT-A — สำหรับคนที่สงสัยว่า "ตัวอ่อนนี้มีชีวิตรอดได้จริงไหม"
PGT-A ตรวจว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมถูกต้องหรือไม่ หากมีมากหรือน้อยเกินไป โอกาสฝังตัวจะต่ำ หรือเสี่ยงแท้งสูง แม้ตัวอ่อนจะดูสมบูรณ์แบบในวันที่ 5 ก็ตาม
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
- อายุ 35 ปีขึ้นไป
- มีประวัติแท้งบุตรซ้ำหลายครั้ง
- เคยย้ายตัวอ่อน "เกรดดี" แล้วไม่สำเร็จ
- ต้องการย้ายตัวอ่อนให้น้อยครั้งลง แต่มั่นใจมากขึ้นในแต่ละครั้ง
- PGT-M — สำหรับโรคทางพันธุกรรมที่ทราบแน่ชัดในครอบครัว
- การตรวจนี้ไม่ใช่การคัดกรองความผิดปกติแบบสุ่ม แต่เป็นการตรวจแบบเจาะจง ใช้เมื่อคุณและคู่สมรสทราบอยู่แล้วว่ามีโรคทางพันธุกรรมเฉพาะในครอบครัว เช่น ธาลัสซีเมีย และต้องการป้องกันไม่ให้ส่งต่อสู่ลูก
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
คุณหรือคู่สมรสเป็นพาหะของโรคที่เกิดจากยีนเดี่ยว
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทราบตำแหน่งยีนชัดเจน
ต้องการความมั่นใจก่อนตั้งครรภ์ ไม่ใช่มาตรวจทีหลัง
PGT-SR — สำหรับผู้ที่มีโครโมโซมผิดปกติเชิงโครงสร้าง
บางคนมีโครงสร้างโครโมโซมที่สลับตำแหน่งหรือย้ายที่ โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองเลย ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างนี้ถูกส่งต่อไปยังตัวอ่อนแบบไม่สมดุล ซึ่งมักนำไปสู่การฝังตัวล้มเหลวหรือแท้งบุตรโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:
คุณหรือคู่สมรสตรวจพบโครโมโซมย้ายที่หรือสลับตำแหน่ง
มีประวัติแท้งบุตรซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
เคยตรวจ Karyotype แล้วพบความผิดปกติเชิงโครงสร้าง
ทำไมเราถึงแนะนำให้ตรวจ
ที่ GenPrime เรามองว่า PGT ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม แต่เป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพราะการย้ายตัวอ่อนที่ไม่สำเร็จหรือการแท้งบุตรแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ และค่าใช้จ่าย การรู้ล่วงหน้าว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติทางโครโมโซมหรือพันธุกรรมหรือไม่ ก่อนที่จะเกิดการสูญเสีย คือเหตุผลที่เราสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์พิจารณาตรวจ PGT เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
ทั้งนี้ ทางเลือกที่เหมาะสมยังคงขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติ และผลการรักษาที่ผ่านมาของแต่ละคน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยพิจารณาและแนะนำแนวทางการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ
ยังไม่แน่ใจว่าคุณเข้าเกณฑ์ไหม? ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ GenPrime by Genea Thailand พร้อมพิจารณาประวัติของคุณ และให้คำแนะนำเรื่องบริการตรวจ PGT ที่เหมาะกับรอบการรักษาถัดไปของคุณ
บทความที่เกี่ยวข้อง
จะเป็นอย่างไร ? หากในไทยออก พรบ. สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ให้กลุ่ม LGBTQ+ สามารถทำอุ้มบุญหรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ตามกฎหมายนี้ได้ Genea Thailand เรามีข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจจาก Genea Australia มาฝากกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคู่รักกลุ่ม LGBTIQA+ ในอนาคต
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ในกรุงเทพฯ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ป่วยต่างชาติ


