แชร์

จำเป็นต้องตรวจ PGT ก่อนย้ายตัวอ่อนจริงหรือ?

435 ผู้เข้าชม
จำเป็นต้องตรวจ PGT ก่อนย้ายตัวอ่อนจริงหรือ?
นี่คือคำถามที่คนไข้หลายคนสงสัยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนย้ายตัวอ่อน "ต้องตรวจพันธุกรรมจริงๆ เหรอ หรือย้ายไปเลยแล้วลุ้นดูก็ได้?"

คำตอบตรงๆ คือ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน PGT ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับสำหรับทุกเคสของ IVF แต่สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ การตรวจนี้อาจเป็นตัวชี้ขาดระหว่างการย้ายตัวอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่แน่นอน กับการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่มีข้อมูลรองรับ

ที่ GenPrime Genea Thailand เรามีบริการตรวจ PGT ครบทั้ง PGT-A, PGT-M และ PGT-SR เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ มาดูกันว่า PGT ทำอะไรจริงๆ และคุณเข้าเกณฑ์ที่ควรตรวจหรือไม่

PGT กำลังแก้ปัญหาอะไร
ตัวอ่อนที่ดูสมบูรณ์แบบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ไม่ได้แปลว่าโครโมโซมจะปกติเสมอไป ตัวอ่อนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะจากคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป มีความผิดปกติของโครโมโซมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมักเป็นสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการฝังตัวล้มเหลว การแท้งบุตรในช่วงแรก หรือตัวอ่อน "เกรดดี" ที่สุดท้ายก็ไม่ติด

PGT คือการมองเข้าไปในระดับพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ เพื่อไม่ต้องมาเจอคำตอบแบบยากๆ ทีหลัง

การตรวจแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้

PGT-A — สำหรับคนที่สงสัยว่า "ตัวอ่อนนี้มีชีวิตรอดได้จริงไหม"
PGT-A ตรวจว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมถูกต้องหรือไม่ หากมีมากหรือน้อยเกินไป โอกาสฝังตัวจะต่ำ หรือเสี่ยงแท้งสูง แม้ตัวอ่อนจะดูสมบูรณ์แบบในวันที่ 5 ก็ตาม

ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:

  • อายุ 35 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติแท้งบุตรซ้ำหลายครั้ง
  • เคยย้ายตัวอ่อน "เกรดดี" แล้วไม่สำเร็จ
  • ต้องการย้ายตัวอ่อนให้น้อยครั้งลง แต่มั่นใจมากขึ้นในแต่ละครั้ง
  • PGT-M — สำหรับโรคทางพันธุกรรมที่ทราบแน่ชัดในครอบครัว
  • การตรวจนี้ไม่ใช่การคัดกรองความผิดปกติแบบสุ่ม แต่เป็นการตรวจแบบเจาะจง ใช้เมื่อคุณและคู่สมรสทราบอยู่แล้วว่ามีโรคทางพันธุกรรมเฉพาะในครอบครัว เช่น ธาลัสซีเมีย และต้องการป้องกันไม่ให้ส่งต่อสู่ลูก


ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:

คุณหรือคู่สมรสเป็นพาหะของโรคที่เกิดจากยีนเดี่ยว
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทราบตำแหน่งยีนชัดเจน
ต้องการความมั่นใจก่อนตั้งครรภ์ ไม่ใช่มาตรวจทีหลัง
PGT-SR — สำหรับผู้ที่มีโครโมโซมผิดปกติเชิงโครงสร้าง
บางคนมีโครงสร้างโครโมโซมที่สลับตำแหน่งหรือย้ายที่ โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพของตัวเองเลย ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อโครงสร้างนี้ถูกส่งต่อไปยังตัวอ่อนแบบไม่สมดุล ซึ่งมักนำไปสู่การฝังตัวล้มเหลวหรือแท้งบุตรโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

ควรพิจารณาตรวจ ถ้า:

คุณหรือคู่สมรสตรวจพบโครโมโซมย้ายที่หรือสลับตำแหน่ง
มีประวัติแท้งบุตรซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
เคยตรวจ Karyotype แล้วพบความผิดปกติเชิงโครงสร้าง
ทำไมเราถึงแนะนำให้ตรวจ
ที่ GenPrime เรามองว่า PGT ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม แต่เป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพราะการย้ายตัวอ่อนที่ไม่สำเร็จหรือการแท้งบุตรแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ และค่าใช้จ่าย การรู้ล่วงหน้าว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติทางโครโมโซมหรือพันธุกรรมหรือไม่ ก่อนที่จะเกิดการสูญเสีย คือเหตุผลที่เราสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์พิจารณาตรวจ PGT เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา

ทั้งนี้ ทางเลือกที่เหมาะสมยังคงขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติ และผลการรักษาที่ผ่านมาของแต่ละคน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยพิจารณาและแนะนำแนวทางการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ

ยังไม่แน่ใจว่าคุณเข้าเกณฑ์ไหม? ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ GenPrime by Genea Thailand พร้อมพิจารณาประวัติของคุณ และให้คำแนะนำเรื่องบริการตรวจ PGT ที่เหมาะกับรอบการรักษาถัดไปของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง
PMOS คืออะไร?
PMOS คืออะไร? ทำความเข้าใจชื่อใหม่ของ PCOS
IVF ไม่สำเร็จต้องทำอย่างไร? สิ่งที่ควรรู้หลัง IVF ล้มเหลว และขั้นตอนต่อไปที่ควรประเมิน
IVF ไม่สำเร็จต้องทำอย่างไร? สิ่งที่ควรรู้หลัง IVF ล้มเหลว และขั้นตอนต่อไปที่ควรประเมิน
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy และ Cookies Policy