ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ในกรุงเทพฯ
30 ผู้เข้าชม

ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ในกรุงเทพฯ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ป่วยต่างชาติ
กรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของเอเชียสำหรับการเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ (Fertility Preservation) และมีเหตุผลที่ดีรองรับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือเดินทางมาเพื่อเข้ารับการรักษาโดยเฉพาะ การแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ มอบการดูแลทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล ในราคาที่คุ้มค่ากว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรือออสเตรเลีย
แต่ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่จริง ๆ เท่าไร? มีอะไรบ้างที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ? และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก?
บทความนี้จะตอบทุกคำถามที่คุณควรรู้ อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา
ทำไมผู้หญิงจำนวนมากจึงเลือกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ?
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้าน Medical Tourism มานาน และการรักษาภาวะมีบุตรยากก็เป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ผู้ป่วยต่างชาติเลือกกรุงเทพฯ เพราะ:
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหลายประเทศตะวันตก โดยยังคงมาตรฐานการรักษาระดับสูง
คลินิกมีเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ทันสมัย
มีแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
กระบวนการรักษามีประสิทธิภาพ ใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน
เดินทางสะดวก มีเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญทั่วเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง
สำหรับผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อการทำงาน การศึกษา หรือการใช้ชีวิต การเลือกคลินิกผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและเหมาะสม
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ประเภทยาที่ใช้ และรายละเอียดที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายจะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้
1. การปรึกษาแพทย์และการตรวจประเมินรังไข่
ก่อนเริ่มกระบวนการแช่แข็งไข่ แพทย์จะประเมินปริมาณและคุณภาพไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ (Ovarian Reserve)
การตรวจมักประกอบด้วย:
การตรวจเลือด AMH (Anti-Müllerian Hormone)
การอัลตราซาวนด์เพื่อนับจำนวนฟอลลิเคิล (Antral Follicle Count)
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์คาดการณ์การตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
2. ค่ายากระตุ้นรังไข่
ยากระตุ้นไข่ชนิดฉีดเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักของการแช่แข็งไข่
ปริมาณยาและชนิดของยาจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ ระดับฮอร์โมน และการตอบสนองของร่างกาย
บางรายอาจใช้ยาปริมาณน้อย ในขณะที่บางรายอาจต้องใช้มากกว่า ดังนั้นคลินิกควรแจ้งประมาณการค่าใช้จ่ายของยาอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงปรึกษาแพทย์
3. การติดตามผลระหว่างการกระตุ้นไข่
ในช่วงกระตุ้นไข่ประมาณ 10–12 วัน ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการอัลตราซาวนด์และติดตามผลหลายครั้ง
เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของฟอลลิเคิลและกำหนดวันเก็บไข่ที่เหมาะสม
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจรวมอยู่ในแพ็กเกจ หรือคิดแยกตามนโยบายของแต่ละคลินิก
4. การเก็บไข่ (Egg Retrieval)
การเก็บไข่เป็นหัตถการขนาดเล็กที่ทำภายใต้การให้ยาระงับความรู้สึก
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักรวมถึง:
ห้องผ่าตัด
ค่าวิสัญญีแพทย์
ค่าห้องปฏิบัติการและนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อน
5. การแช่แข็งไข่ด้วยวิธี Vitrification และค่าห้องปฏิบัติการ
หลังจากเก็บไข่แล้ว ไข่จะถูกแช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification หรือการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ช่วยรักษาคุณภาพของไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักรวม:
ค่าห้องปฏิบัติการ
การประเมินคุณภาพไข่
ค่าเก็บรักษาในปีแรก
6. ค่าเก็บรักษาไข่รายปี
หลังจากปีแรก ผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาไข่เป็นรายปี
นี่เป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ควรนำมาพิจารณาในการวางแผนด้วย
คำแนะนำ: ควรสอบถามคลินิกให้ชัดเจนว่าแพ็กเกจที่เสนอครอบคลุมค่าใช้จ่ายใดบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น ค่ายา ค่าดมยา หรือค่าเก็บรักษาไข่
ค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เทียบกับประเทศอื่นเป็นอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพรวมมากขึ้น ค่าใช้จ่ายโดยประมาณของการแช่แข็งไข่ในแต่ละประเทศมีดังนี้
สหรัฐอเมริกา: USD 10,000–15,000+ ต่อรอบ (ไม่รวมค่ายา)
สหราชอาณาจักร: GBP 5,000–8,000 ต่อรอบ
ออสเตรเลีย: AUD 8,000–12,000 ต่อรอบ
สิงคโปร์: SGD 10,000–14,000 ต่อรอบ
กรุงเทพฯ ประเทศไทย: โดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าประเทศข้างต้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสากล
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเลือกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกอย่างมาก
อายุเท่าไรจึงเหมาะกับการแช่แข็งไข่?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุด
โดยธรรมชาติแล้ว จำนวนและคุณภาพของไข่จะลดลงตามอายุ
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การแช่แข็งไข่ก่อนอายุ 35 ปี มักให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดมักอยู่ในช่วงปลายวัย 20 ถึงต้นวัย 30
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกัน
ผู้หญิงบางคนอายุใกล้ 40 ปีอาจยังมีปริมาณไข่ที่ดี ในขณะที่บางคนอายุเพียง 20 ปลาย ๆ อาจมีภาวะรังไข่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจประเมินรังไข่จึงมีความสำคัญ เพราะจะให้ข้อมูลเฉพาะบุคคลที่แม่นยำกว่าการคาดเดาจากอายุเพียงอย่างเดียว
หากคุณกำลังคิดเรื่องการแช่แข็งไข่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ "ยิ่งเริ่มพิจารณาเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้น"
ควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อเลือกคลินิกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ?
คลินิกด้านภาวะมีบุตรยากไม่ได้มีมาตรฐานเท่ากันทั้งหมด
ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง
ห้องปฏิบัติการตัวอ่อน (Embryology Lab) ภายในคลินิก
ค่าใช้จ่ายที่โปร่งใสและแจกแจงรายละเอียดชัดเจน
เจ้าหน้าที่ประสานงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
แนวทางการละลายไข่และการทำ IVF ในอนาคตที่ชัดเจน
ระบบการจัดเก็บไข่ระยะยาวที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
อย่าลังเลที่จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะคลินิกที่ดีควรพร้อมให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน
เกี่ยวกับ GenPrime by Genea Bangkok
GenPrime by Genea เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในกรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนของ Genea ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มายาวนานหลายทศวรรษ
เรามอบบริการด้าน:
การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing)
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)
การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT)
การเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ในรูปแบบต่าง ๆ
ทีมงานของเราประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะ และบริการสนับสนุนหลายภาษา เพื่อให้ผู้ป่วยต่างชาติได้รับประสบการณ์การรักษาที่สะดวกและมั่นใจมากที่สุด
เราให้บริการผู้ป่วยจากทั่วเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ เท่าไร?
ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจและปัจจัยเฉพาะบุคคล โดยครอบคลุมค่าปรึกษาแพทย์ ค่ายา การเก็บไข่ การแช่แข็ง และค่าเก็บรักษา เราแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาเพื่อรับการประเมินค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับคุณ
การแช่แข็งไข่ในประเทศไทยปลอดภัยหรือไม่?
ปลอดภัย คลินิกด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในประเทศไทยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ที่เข้มงวด การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ
กระบวนการแช่แข็งไข่ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน ตั้งแต่เริ่มกระตุ้นไข่จนถึงวันเก็บไข่
หากไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเข้ารับการรักษาได้หรือไม่?
ได้ ผู้ป่วยจำนวนมากเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อเข้ารับการรักษา โดยทีมงานจะช่วยวางแผนตารางนัดหมายเพื่อให้ใช้เวลาอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
หลังจากแช่แข็งแล้ว ไข่จะถูกเก็บรักษาอย่างไร?
ไข่จะถูกจัดเก็บในระบบ Cryostorage ที่ปลอดภัย และสามารถเก็บรักษาได้นานหลายปี จนกว่าคุณจะพร้อมนำมาใช้ในการทำ IVF ในอนาคต
จะเริ่มต้นอย่างไร?
ขั้นตอนแรกคือการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินภาวะเจริญพันธุ์ พูดคุยเป้าหมายของคุณ และรับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับทางเลือกและค่าใช้จ่ายในการรักษา
กรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของเอเชียสำหรับการเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ (Fertility Preservation) และมีเหตุผลที่ดีรองรับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือเดินทางมาเพื่อเข้ารับการรักษาโดยเฉพาะ การแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ มอบการดูแลทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล ในราคาที่คุ้มค่ากว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรือออสเตรเลีย
แต่ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่จริง ๆ เท่าไร? มีอะไรบ้างที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ? และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก?
บทความนี้จะตอบทุกคำถามที่คุณควรรู้ อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา
ทำไมผู้หญิงจำนวนมากจึงเลือกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ?
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้าน Medical Tourism มานาน และการรักษาภาวะมีบุตรยากก็เป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ผู้ป่วยต่างชาติเลือกกรุงเทพฯ เพราะ:
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหลายประเทศตะวันตก โดยยังคงมาตรฐานการรักษาระดับสูง
คลินิกมีเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ทันสมัย
มีแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
กระบวนการรักษามีประสิทธิภาพ ใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน
เดินทางสะดวก มีเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญทั่วเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง
สำหรับผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อการทำงาน การศึกษา หรือการใช้ชีวิต การเลือกคลินิกผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและเหมาะสม
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ประเภทยาที่ใช้ และรายละเอียดที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายจะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้
1. การปรึกษาแพทย์และการตรวจประเมินรังไข่
ก่อนเริ่มกระบวนการแช่แข็งไข่ แพทย์จะประเมินปริมาณและคุณภาพไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ (Ovarian Reserve)
การตรวจมักประกอบด้วย:
การตรวจเลือด AMH (Anti-Müllerian Hormone)
การอัลตราซาวนด์เพื่อนับจำนวนฟอลลิเคิล (Antral Follicle Count)
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์คาดการณ์การตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
2. ค่ายากระตุ้นรังไข่
ยากระตุ้นไข่ชนิดฉีดเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักของการแช่แข็งไข่
ปริมาณยาและชนิดของยาจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ ระดับฮอร์โมน และการตอบสนองของร่างกาย
บางรายอาจใช้ยาปริมาณน้อย ในขณะที่บางรายอาจต้องใช้มากกว่า ดังนั้นคลินิกควรแจ้งประมาณการค่าใช้จ่ายของยาอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงปรึกษาแพทย์
3. การติดตามผลระหว่างการกระตุ้นไข่
ในช่วงกระตุ้นไข่ประมาณ 10–12 วัน ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการอัลตราซาวนด์และติดตามผลหลายครั้ง
เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของฟอลลิเคิลและกำหนดวันเก็บไข่ที่เหมาะสม
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจรวมอยู่ในแพ็กเกจ หรือคิดแยกตามนโยบายของแต่ละคลินิก
4. การเก็บไข่ (Egg Retrieval)
การเก็บไข่เป็นหัตถการขนาดเล็กที่ทำภายใต้การให้ยาระงับความรู้สึก
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักรวมถึง:
ห้องผ่าตัด
ค่าวิสัญญีแพทย์
ค่าห้องปฏิบัติการและนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อน
5. การแช่แข็งไข่ด้วยวิธี Vitrification และค่าห้องปฏิบัติการ
หลังจากเก็บไข่แล้ว ไข่จะถูกแช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification หรือการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ช่วยรักษาคุณภาพของไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักรวม:
ค่าห้องปฏิบัติการ
การประเมินคุณภาพไข่
ค่าเก็บรักษาในปีแรก
6. ค่าเก็บรักษาไข่รายปี
หลังจากปีแรก ผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาไข่เป็นรายปี
นี่เป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ควรนำมาพิจารณาในการวางแผนด้วย
คำแนะนำ: ควรสอบถามคลินิกให้ชัดเจนว่าแพ็กเกจที่เสนอครอบคลุมค่าใช้จ่ายใดบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น ค่ายา ค่าดมยา หรือค่าเก็บรักษาไข่
ค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เทียบกับประเทศอื่นเป็นอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพรวมมากขึ้น ค่าใช้จ่ายโดยประมาณของการแช่แข็งไข่ในแต่ละประเทศมีดังนี้
สหรัฐอเมริกา: USD 10,000–15,000+ ต่อรอบ (ไม่รวมค่ายา)
สหราชอาณาจักร: GBP 5,000–8,000 ต่อรอบ
ออสเตรเลีย: AUD 8,000–12,000 ต่อรอบ
สิงคโปร์: SGD 10,000–14,000 ต่อรอบ
กรุงเทพฯ ประเทศไทย: โดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าประเทศข้างต้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสากล
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเลือกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกอย่างมาก
อายุเท่าไรจึงเหมาะกับการแช่แข็งไข่?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุด
โดยธรรมชาติแล้ว จำนวนและคุณภาพของไข่จะลดลงตามอายุ
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การแช่แข็งไข่ก่อนอายุ 35 ปี มักให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดมักอยู่ในช่วงปลายวัย 20 ถึงต้นวัย 30
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกัน
ผู้หญิงบางคนอายุใกล้ 40 ปีอาจยังมีปริมาณไข่ที่ดี ในขณะที่บางคนอายุเพียง 20 ปลาย ๆ อาจมีภาวะรังไข่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจประเมินรังไข่จึงมีความสำคัญ เพราะจะให้ข้อมูลเฉพาะบุคคลที่แม่นยำกว่าการคาดเดาจากอายุเพียงอย่างเดียว
หากคุณกำลังคิดเรื่องการแช่แข็งไข่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ "ยิ่งเริ่มพิจารณาเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้น"
ควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อเลือกคลินิกแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ?
คลินิกด้านภาวะมีบุตรยากไม่ได้มีมาตรฐานเท่ากันทั้งหมด
ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง
ห้องปฏิบัติการตัวอ่อน (Embryology Lab) ภายในคลินิก
ค่าใช้จ่ายที่โปร่งใสและแจกแจงรายละเอียดชัดเจน
เจ้าหน้าที่ประสานงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
แนวทางการละลายไข่และการทำ IVF ในอนาคตที่ชัดเจน
ระบบการจัดเก็บไข่ระยะยาวที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
อย่าลังเลที่จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะคลินิกที่ดีควรพร้อมให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน
เกี่ยวกับ GenPrime by Genea Bangkok
GenPrime by Genea เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในกรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนของ Genea ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มายาวนานหลายทศวรรษ
เรามอบบริการด้าน:
การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing)
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)
การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT)
การเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ในรูปแบบต่าง ๆ
ทีมงานของเราประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะ และบริการสนับสนุนหลายภาษา เพื่อให้ผู้ป่วยต่างชาติได้รับประสบการณ์การรักษาที่สะดวกและมั่นใจมากที่สุด
เราให้บริการผู้ป่วยจากทั่วเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ในกรุงเทพฯ เท่าไร?
ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจและปัจจัยเฉพาะบุคคล โดยครอบคลุมค่าปรึกษาแพทย์ ค่ายา การเก็บไข่ การแช่แข็ง และค่าเก็บรักษา เราแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาเพื่อรับการประเมินค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับคุณ
การแช่แข็งไข่ในประเทศไทยปลอดภัยหรือไม่?
ปลอดภัย คลินิกด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในประเทศไทยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ที่เข้มงวด การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ
กระบวนการแช่แข็งไข่ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน ตั้งแต่เริ่มกระตุ้นไข่จนถึงวันเก็บไข่
หากไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเข้ารับการรักษาได้หรือไม่?
ได้ ผู้ป่วยจำนวนมากเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อเข้ารับการรักษา โดยทีมงานจะช่วยวางแผนตารางนัดหมายเพื่อให้ใช้เวลาอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
หลังจากแช่แข็งแล้ว ไข่จะถูกเก็บรักษาอย่างไร?
ไข่จะถูกจัดเก็บในระบบ Cryostorage ที่ปลอดภัย และสามารถเก็บรักษาได้นานหลายปี จนกว่าคุณจะพร้อมนำมาใช้ในการทำ IVF ในอนาคต
จะเริ่มต้นอย่างไร?
ขั้นตอนแรกคือการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินภาวะเจริญพันธุ์ พูดคุยเป้าหมายของคุณ และรับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับทางเลือกและค่าใช้จ่ายในการรักษา
บทความที่เกี่ยวข้อง
IVF Success Rate สำคัญแค่ไหน? สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มรักษา
ปัจจัยอะไรที่มีผลต่อความสำเร็จของ IVF? ทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญ


